หนุมานาสนะเป็นท่าโยคะที่งดงามที่สุดท่าหนึ่ง ดูอ่อนช้อยสง่างามและเข้มแข็งในขณะเดียวกัน ได้ชื่อมาจากหนุมานทหารเอกของพระราม ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการทำศึกกับเจ้ากรุงลงกา (ศรีลังกา) เพื่อช่วงชิงเอานางสีดากลับคืนมาจากทศกัณฐ์
การสัประยุทธ์ระหว่างพระรามและทศกัณฐ์นั้น เป็นอภิมหาสงครามที่ต่อเนื่องยาวนาน ด้วยว่าทั้งสองฝ่ายล้วนทรงอิทธิฤทธิ์มหิทธานุภาพ ยิ่งด้วยบุญบารมีมเหศักดิ์ และแกร่งกล้าด้วยกองทัพอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรไม่แพ้กัน พระรามเป็นอวตารปางที่ 7 ของพระวิษณุ (พระนารายณ์) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแห่งตรีมูรติเทพ ถือได้ว่ายิ่งใหญ่เทียบเท่าพระพรหมและพระศิวะ ส่วนทศกัณฐ์นั้นเล่าก็มี 10 พักตร์ 20 กร ฤทธิ์เดชเป็นที่ครั่นคร้ามไปทั้งสามภพ
ในมหายุทธอันยิ่งใหญ่สะเทือนฟ้าสะท้านมหาปฐพีนี้เอง หลังจากที่รุกรบผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่หลายครั้งครา พลันพระลักษมณ์อนุชาผู้จงรักภักดีของพระรามก็พลาดพลั้งเสียที ถูกศรพรหมาสตร์ของอินทรชิตปักพระอุระล้มลงแน่นิ่งไป ศรพรหมาสตร์นี้มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งนัก มีอำนาจปราบทั้งสามโลกได้ ไม่มีสิ่งใดจะต้านทาน ด้วยเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่พระอิศวรประทานให้อินทรชิตมา เมื่อต้องกายแล้วหากแก้ไขไม่ทัน พระลักษมณ์ย่อมถึงแก่อาสัญเป็นแน่แท้ ทั้งไพร่พลวานรก็ต้องศรพรหมาสตร์ล้มตายกันเกลื่อนกลาดในวาระเดียวกันนั้นเอง รวมทั้งชมพูพานก็ต้องศรสลบไปด้วย
เหลือก็แต่หนุมานชาญสมร ที่กระโดดทะยานเข้าใส่อินทรชิตหมายต่อกร แต่กลับถูกอินทรชิตใช้ลูกศรฟาดจนกระเด็นตกลงสู่พื้นสลบไปเสีย พระรามมาพบพระอนุชาในสมรภูมิ ถึงกับพร่ำพิไรรำพันจนสลบไสลไปด้วยอีกพระองค์หนึ่ง
“ อกเอ๋ย จากเมียแล้วมิหนำ มาซ้ำเสียน้องก็เป็นได้
ร่ำพลางแสนโศกาลัย ภูวไนยสุดสิ้นสมประดี ”
พิเภกช่วยให้พระราม ชมพูพาน และหนุมานฟื้นคืนสมประดีจากการสลบ ชมพูพานกราบทูลพระรามว่า ยาที่จะแก้อิทธิฤทธิ์ของศรพรหมาสตร์ได้มีอยู่แห่งเดียว คือที่เขาอาวุธ ซึ่งอยู่ไกลโพ้น ณ ดินแดนเทือกเขาหิมาลัย คนละฟากฝั่งมหาสมุทรกับกรุงลงกา ผู้ที่จะไปเอายามาได้มีเพียงพญาวานรหนุมานเท่านั้น ด้วยว่าเขาอาวุธนี้มีจักรกรดของพระศิวะหมุนป้องกันอยู่ตลอดเวลา หามีใครเข้าใกล้ได้ไม่ นอกจากหนุมานเพียงตนเดียว
เมื่อได้ฟังดังนั้น พระรามจึงวางใจให้หนุมานเป็นผู้เดินทางไปยังเขาอาวุธ
ต้องไม่ลืมว่าหนุมานนั้นหาใช่วานรธรรมดาสามัญ หากถือกำเนิดเกิดมาจากพระประสงค์ขององค์พระศิวะมหาเทพ เนื่องเพราะพระศิวะได้เล็งเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่า ศึกสงครามที่พระรามจะกระทำต่อทศกัณฐ์นั้น หากไม่มีหนุมานเสียแล้ว ย่อมไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้ จึงมีดำริให้พญาวานรถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อให้ไปเป็นทหารกล้ารับใช้องค์พระรามในการศึกสงครามที่จะเกิดขึ้น
แผนการสร้างหนุมานขึ้นมานี้ มีขึ้นก่อนพระวิษณุจะอวตารลงมาเกิดเป็นพระรามล่วงหน้านานนัก ถือได้ว่าเป็นสายพระเนตรอันยาวไกลของพระศิวะ ที่ทรงทราบการณ์ล่วงหน้า และวางแผนการแก้ไขเอาไว้ด้วย
เนื่องเพราะประจวบเหมาะบังเอิญในช่วงเวลาที่พระศิวะดำริแผนการอยู่นั้น นางสวาหะต้องคำสาปจากมารดาของตนเองให้ไป ‘ ยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลม ’ ในกลางป่า ณ ยอดเขาจักรวาล และจะไม่มีทางพ้นคำสาปได้จนกว่าจะมีบุตรเป็นวานรผู้ทรงบุญฤทธิ์ พระศิวะเห็นเป็นโอกาสอันสมควร อาศัยท้องของนางสวาหะ ให้กำเนิดแก่หนุมานทหารกล้า พระองค์จึงฝากอาวุธเทพให้พระพายซัดนำเข้าสู่ปากของนางสวาหะ โดยมีเป้าหมายเพื่อ ‘ จะเกิดบุตรเป็นกระบี่ศรี’
อาวุธที่พระศิวะมหาเทพฝากพระพายไปซัดใส่ปากของนางสวาหะนั้น มีมากมายหลายชนิดล้วนทรงอำนาจอิทธิฤทธิ์ หนุมานถือกำเนิดเกิดกายจากอาวุธของพระมหาเทพ นับได้ว่ามีดีเอ็นเอพิเศษเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีตรีเพชรเป็นอาวุธประจำตัวที่พระศิวะประทานมาด้วย จึงเรืองฤทธิ์ยิ่งกว่าใครๆในกองทัพของพระราม
ลองแยกธาตุของหนุมานออกมาดู ก็จะรู้ว่า ‘ กระบี่ศรี’ นี้ ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ อันคทาเพชรเรืองฤทธี มีอานุภาพเกรียงไกร
ให้เป็นสันหลังตลอดหาง จึ่งจะเดินทางอากาศได้
อันตรีเพชรสุรกานต์ชาญชัย ให้เป็นกายกรบาทา
จักรแก้วอันเรืองฤทธิรอน เป็นเศียรวานรแกล้วกล้า
อาวุธทั้งสามศักดา มหิมาประกอบเป็นอินทรีย์
มาตรแม้นจะล้างศัตรู ทั้งหมู่อสุรศักดิ์ยักษี
ให้ชักเอาตรีเพชรฤทธี ที่อกกระบี่ออกราญรอน ”
นางสวาหะยืนอุ้มท้องอยู่นานถึง 30 เดือน ระหว่างนั้น พระพายก็ทำหน้าที่ดูแลอารักขาเป็นอย่างดี ครบกำหนดในปีขาล เดือนสาม วันอังคาร จึงคลอดบุตรออกมาทางปาก เป็นวานรเผือกผิวขาวผ่องเรืองฤทธิ์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ อ้าปากหาวเป็นดาวเดือน มีกุณฑล ขนเพชร และเขี้ยวแก้วประดับกายเป็นสัญลักษณ์ นางสวาหะพ้นคำสาปจึงกอดจูบลูกรักด้วยความยินดีเป็นที่ยิ่ง ให้ดื่มนมจากอกแล้วสั่งว่า
“ จงฝากกายพระพายเทเวศร์ ผู้เป็นบิตุเรศเรืองศรี
อันกุณฑลขนเพชรเขี้ยวมณี ที่มีในกายของลูกรัก
ถ้าว่าผู้ใดมาทักทาย ท่านนั้นนารายณ์ทรงจักร
อวตารลงมาผลาญยักษ์ เจ้าจงสามิภักดิ์กับบาทา ”
หนุมานไม่เพียงมีกำเนิดอันประหลาดพิศดารเท่านั้น หากพระพายยังได้เป็นธุระนำตัวเข้าเฝ้าพระศิวะมหาเทพยังเขาไกรลาส ให้ได้ศึกษาคาถามหามนต์ สามารถแปลงกายหายตัวได้ ยิ่งเพิ่มพูนฤทธิ์เดชให้กล้าแข็งยิ่งขึ้น นอกจากนั้นพระศิวะยังให้พรหนุมานเป็นการพิเศษอีกว่า
“ ให้อายุยืนชั่วกัลปา มีเดชศักดาดั่งไกรสร
ถึงศัตรูจะประหารราญรอน วานรตายแล้วจงเป็นมา ”
เช่นนี้แล้ว เป็นอันเชื่อมั่นได้ว่า จะไม่มีศัตรูใดๆ ที่สามารถเข่นฆ่าหนุมานให้ตายได้ ดังนั้น เมื่อพระรามมีบัญชาให้หนุมานรีบรุดไปยังเขาอาวุธ เพื่อเอายาวิเศษมารักษาพระลักษมณ์และไพร่พลวานร หนุมานจึงมิรอช้า ถวายบังคมรับพระบัญชาแล้ว เพียงเหยียดขาก้าวกระโดดวูบเดียว ก็บรรลุถึงจุดหมายคือเขาอาวุธโดยพลัน จักรกรดของพระศิวะที่ป้องกันเขาอาวุธอยู่ก็หยุดหมุน เปิดทางให้หนุมานร่อนกายลงสู่ยอดเขาได้โดยสวัสดี
“ เจ้าเป็นใคร มาที่นี่ด้วยเหตุอันใด?” เทวดาผู้รักษายาร้องถามพญาวานร
“ ข้าพเจ้าคือทหารเอกแห่งองค์พระจักรี” หนุมานร้องตอบ และอธิบายเรื่องราวที่เป็นไปตลอด รวมทั้งสาเหตุที่ต้องเดินทางมายังเขาอาวุธด้วย
เมื่อเทวดาได้ทราบเรื่องราวแล้วจึงกล่าวว่า
“ อันเขาอาวุธนี้มีกฎห้ามมิให้ผู้ใดมาเด็ดหรือเก็บตัวยาไป ถ้าท่านต้องการใช้ยาไซร้ ต้องยกเอาไปทั้งภูเขา ซึ่งพวกเราเทวดาผู้อารักขาจะติดตามไปด้วย ต่อเมื่อท่านได้ใช้ยาตามประสงค์แล้ว พวกเราจะอัญเชิญนำเขาอาวุธนี้กลับมาเอง”
หนุมานได้ยินเทวดากล่าวเช่นนั้น จึงรีบช้อนเอาเขาอาวุธแบกไว้บนบ่า เหยียดขากระโดดเพียงวูบเดียวก็กลับมากรุงลงกา ณ บริเวณสมรภูมิ แต่ไม่อาจวางเขาอาวุธลงได้ เทวดารักษายาที่ติดตามมาด้วยจึงอธิบายว่า
“ เกาะลงกานี้เล็กน้อยนัก ไม่เหมาะเป็นที่ตั้งของเขาอาวุธ อันเป็นภูเขาที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์”
“ ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?” หนุมานร้องถามทั้งๆที่บ่ายังแบกเขาอาวุธอยู่
เทวดาตอบว่า
“ ตัวท่านผู้มีฤทธิรงค์ จงพาเอาทิพย์สิงขร
ไปอยู่ที่ทิศอุดร ให้พระพายพัดอ่อนรวยมา
พาเอากลิ่นยาไปต้อง น้องพระหริรักษ์นาถา
ทั้งพวกวานรโยธา ก็จะคืนชีวาไม่ยากใจ ”
เมื่อหนุมานได้ทำตามคำแนะนำของเทวดาดังกล่าวแล้ว ทั้งพระลักษมณ์และไพร่พลวานรก็ฟื้นคืนชีพกันถ้วนหน้า เป็นที่ปลาบปลื้มยินดีของพระรามองค์อวตารยิ่งนัก
เรื่อง ดร.สุนทร พลามินทร์
ภาพ อนินทร์ บุญโณทก
จากคอลัมน์ Mythical ฉบับ ก.ค./ส.ค .2551
back to top
|