เราต่างทราบกันดีว่า สมองทำหน้าที่ ควบคุมการหายใจ การกิน การเผาผลาญอาหาร การขับถ่าย ควบคุมและประสานงานการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ทั้งในและนอกเหนืออำนาจการควบคุมของจิตใจ ทั้งยังรับรู้ถึงสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่มากระทบ และก่อให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ เรื่อยไปถึง การเป็น ศูนย์บัญชาการแห่งจิตวิญญาณ และพลังอำนาจจิตของมนุษย์ เราจึงกล่าวได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากระทำและการดำเนินชีวิตนั้น ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของสมอง ( All the potential lies in the brain.)

ในทางกลับกัน หากสมองทำหน้าที่บกพร่อง หรือเสื่อมประสิทธิภาพ ปัญหาสุขภาพหรือโรคทั้งทางกายและจิตใจก็จะเกิดขึ้นได้มากมาย ไม่ว่า โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต วิงเวียน ปวดศีรษะ กังวล เครียด นอนไม่หลับ หรือความจำเสื่อม (โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer’s disease) ส่วนอาการทางด้านจิตใจ ได้แก่ความโกรธ เกลียด โลภ หลง อิจฉา ริษยา ฯลฯ และอีกมากมาย

เมื่อทราบถึงความสำคัญและพลังอำนาจอันเหลือเชื่อของสมองแล้ว จึงเป็นที่แน่นอนว่า เราควรดูแล ปกป้อง และบำรุงสมองให้มีอนามัยดี เช่นเดียวกับที่หนังสือสุขภาพทั้งหลาย แนะนำให้เลือกทานอาหารที่มีคุณค่าต่อสมอง คิดในแง่บวก และออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับที่หลายๆ คนเลือกปฏิบัติหฐโยคะ ที่ช่วยเสริมสร้างให้สมองมีคุณภาพ

แต่โยคะอาจเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นเคย การบอกเล่าในครั้งนี้จึงแตกต่างออกไปด้วยความรู้เรื่อง ‘ กุณฑลินีโยคะ’ (Kundalini) ที่ช่วยกระตุ้น หรือปลุกให้พลังความสามารถที่ยังซ่อนตัวหรือสงบนิ่งในสมองให้ฟื้นตัว ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการปฏิบัติก็เป็นวิถีธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป และน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติ หากได้รับการสอนจากครูที่มีความรู้อย่างแท้จริง

กุณฑลินีโยคะคืออะไร?

ในสมองของมนุษย์นั้น เป็นตำแหน่งที่ทำให้เกิดปัญญา ความรอบรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นบ่อเกิดของความรู้ทางวิชาการขั้นสูง แต่พลังความสามารถเหล่านี้ยังสงบนิ่ง หรือซ่อนเร้นอยู่ภายใน ทั้งนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน และโยคีสมัยโบราณ ต่างประเมินตรงกันว่า มนุษย์ส่วนใหญ่นำเอาพลังความสามารถ หรือพลังอัจฉริยะในสมองออกมาใช้เพียง 15 – 25% เท่านั้น พลังความสามารถ หรือพลังอัจฉริยะในที่นี้หมายถึง เป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางสติปัญญา มักแสดงความคิดสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ในทางศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ แต่พลังส่วนใหญ่ยังคงสงบนิ่งอยู่ภายในสมองมนุษย์

นับเป็นเวลาหลายพันปี ที่วิชาโยคะโบราณได้ค้นพบวิธีการ หรือเทคนิคในการไปปลุกหรือกระตุ้นให้พลังความสามารถ พลังอัจฉริยะเหล่านั้นปรากฏเผยโฉมออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ นั่นก็คือพลังกุณฑลิณี นั่นเอง

ในภาษาสันสกฤต กุณฑลินี มาจากรากศัพท์ของคำว่า Kundala มีลักษณะเหมือนสิ่งที่ม้วนขดเป็นวง สวามี สัตยานันทะให้ความหมายของ Kunda ว่า เป็นหลุมพลังความสามารถอยู่ในส่วนลึกของสมองมนุษย์ (Kunda which means a deeper place is that pit in side the brain) ซึ่งเป็นที่สถิตของพลังอัจฉริยะที่ยังคงซ่อนเร้นสงบนิ่งอยู่ในสมองมนุษย์

วิธีปลุกพลังอัจฉริยะ

ระบบประสาท จะเป็นระบบที่รวบรวมการทำงานของทุกระบบให้ทำงานประสานกันทั่วร่างกาย ศูนย์กลางของระบบประสาทแบ่งออกเป็น สมอง ( Brain) และไขสันหลัง (Spinal Cord) ส่วนปลายของระบบประสาทแบ่งออกเป็นเส้นประสาทที่ออกจากสมอง 12 คู่ (Cranial nerve) และเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลัง (Spinal nerve) 31 คู่

ระบบประสาทจะทำหน้าที่สมบูรณ์ได้ โดยอาศัยทางเดินของกระแสประสาทไปสู่ศูนย์กลางประสาท และแปลความรู้สึกโต้ตอบออกมาภายนอก นอกจากนี้ เรายังมีต่อมไร้ท่อที่หลั่งฮอร์โมนออกมาสู่กระแสโลหิต ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันกับกลุ่มระบบประสาท และทำให้เกิดพลังงานหรือที่จะเรียกว่า ‘ พลังชีวิต’ ขึ้นซึ่งก็คือจักระ (Chakra) ทั้ง 7 ตำแหน่งภายในร่างกาย ตั้งแต่แนวปลายสุดของไขสันหลังติดต่อกันไปจนถึงสมอง โดยแต่ละจักระ เกิดจากการที่ ‘ อิฑา นาฑี’ และ ‘ ปิงคละ นาฑี’ มาบรรจบกัน

ส่วนคำว่า ‘ นาฑี’ (Nadi) นั้นคือทางเดินของกระแสประสาทเปรียบได้กับสายไฟฟ้าที่เป็นทางเดินของกระแสไฟฟ้า นาฑีจึงเป็นดั่ง ‘ ระบบขนส่งพลังชีวิต’ ทั้งนี้ อิฑา นาฑี นั้นอยู่ด้านซ้าย ทำหน้าที่ควบคุมทางด้านความรู้สึกและอารมณ์ ส่วน ปิงคละ นาฑี อยู่ด้านขวา ทำหน้าที่ควบคุมด้านร่างกายและความคิด ทั้งสองระบบนี้จึงช่วยควบคุมการใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นไปตามปกติ

ระบบขนส่งพลังชีวิตที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงกลาง นั่นคือ สุษุมนา นาฑี ถ้าเทียบกายวิภาคศาสตร์ ก็คือ ไขสันหลัง ( Spinal Column) สุษุมนา นาฑี จึงทำหน้าที่ทางด้านความคิด จิตใจ จิตวิญญาณ (Psychic Power) และยังเป็นทางเดินของกระแสไฟฟ้าคลื่นสั้นขั้วลบ ผ่านขึ้นไปโดยตรงในผนังไขสันหลัง ไปถึงสมองซึ่งมีกระแสไฟฟ้าคลื่นสั้นขั้วบวก เมื่อทั้งสองขั้วประจุกันจะเกิดพลังงานขึ้น และเกิดแสงสว่างในสมอง และนั่นก็คือการเริ่มปลุกพลังอัจฉริยะ หรือพลังกุณฑลินีนั่นเอง

ฝึกพลังกุณฑลินี

สุษุมนา นาฑีของบุคคลส่วนมากนั้นอาจยังทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ ฉะนั้น เราจำเป็นต้องดูแลให้ สุษุมนา นาฑีให้สะอาดและแข็งแรง เพื่อให้พลังชีวิตเดินทางผ่านขึ้นไปในช่องไขสันหลัง ไปสู่จักระที่ 2 ถึงจักระที่ 6 และเลยขึ้นไปปลุกพลังอัจฉริยะในสมอง และยังยกระดับภาวะจิตให้มีสติดีเป็นเลิศ หรือเกิดพลังจิตในระดับสูง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หากเปรียบสมองกับโคมไฟระย้า เมื่อจักระทั้ง 6 แข็งแรง และพร้อมที่จะทำงาน เมื่อเปิดสวิตช์ปุ๊บ ระบบขนส่งพลังชีวิต อิฑา ปิงคละ สุษุมนา นาฑี ที่ทำหน้าที่เหมือนทางด่วนพิเศษ ก็จะให้พลังชีวิตและกระแสไฟฟ้าคลื่นสั้นขั้วลบ เดินทางผ่านขึ้นไปยังสมอง และเกิดโคมไฟอันระยิบระยับสวยงามเกินบรรยายในที่สุด

และหากกล่าวถึงความรู้สึกทางกายแล้ว สมองจะรู้สึกโล่งโปร่ง ตัวเบา เวลาเดินคล้ายเหมือนลอย ๆ ส่วนทางด้านจิตใจครั้งแรกจะรู้สึกแปลกใจ ซึ่งผู้ฝึกต้องควบคุมจิตใจไว้ และส่งสมาธิไปที่สมอง

หายใจเข้าลึกช้า ๆ และหายใจออกยาวช้า ๆ ประคองสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้ ก่อนออกจากสมาธิก็ค่อยๆ ลืมตาช้า ๆ เคลื่อนไหวให้ช้าที่สุด และขณะนั้นจิตใจจะรู้สึกสดชื่น ปิติ และเป็นสุข ดังที่ภาษาโยคะเรียกกันว่า ‘Kundalini takes place’ นั่นคือความสามารถของสมองที่ส่วนใหญ่ยังเฉื่อยชาถูกกระตุ้น ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมาทำหน้าที่ และเป็นการปลุกพลังอัจฉริยะของแต่ละบุคคลให้ปรากฏเด่นชัดมากขึ้น

ขอให้จำไว้เสมอว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้จะไม่เหมือนกันทุกครั้ง และไม่เหมือนกันทุกท่าน ขึ้นอยู่กับภาวะจิตใจ และสุขภาพของแต่ละท่าน และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือการฝึกปฏิบัติกับครูผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และความปลอดภัย ทั้งนี้ หากได้ปฏิบัติสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้สมองมีอนามัยดี ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เฉียบคม การทำหน้าที่ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สัมพันธ์กันอย่างดียิ่ง

เคล็ดลับสู่ความแข็งแกร่ง

  • ฝึกหฐโยคะที่ช่วยให้ทั้ง 10 ระบบของร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ประกอบกัน ในขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นหรือปลุกจักระทั้ง 7 ให้ตื่นตัว
  • หมั่นฝึกปราณยามะ ซึ่งช่วยให้ระบบขนส่งพลังชีวิต อิฑา ปิงคละ และสุษุมนา นาฑี สะอาด โล่ง พลังงานจะเดินทางผ่านขึ้นไปในช่องไขสันหลังเพื่อปลุกพลังอัจฉริยะในสมอง ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดปัญญา
  • ฝึกสมาธิ ( Meditation) ทั้ง 2 แบบ แบบแรกคือ การฝึกสมาธิขณะปฏิบัติหน้าที่ (Active Meditation) แบบที่ 2 คือการฝึกสมาธิแบบเข้มข้น (Passive Meditation) การฝึกสมาธิทั้งสองแบบนี้จะช่วยยกระดับจิตสู่จิตที่มีสติสัมปชัญญะสูง (Higher Mind) จิตระดับนี้ เป็นกุญแจสำคัญในการช่วยปลุกพลังอัจฉริยะหรือพลังกุณฑลิน

ขอเชิญร่วมปลุกพลังกุณฑลินีในงาน Thailand Yoga Conference 2008 วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.2551 ติดตามรายละเอียดได้ทางหน้าเว็บไซต์ www.yogajournalthailand.com

เรื่อง สุนีย์ ยุวจิตติ
เรียบเรียง ปรศนา
จากฉบับ พ.ย./ธ.ค.2550

back to top


 
-

 

- Thailand Yoga Conference 2008 เวิร์กช็อปโยคะครั้งใหญ่แห่งปี จัดโดยนิตยสารโยคะเจอร์นอล ประเทศไทย กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 2 รวมสุดยอดครูโยคะทั้งไทยและสากลกว่า 14 ท่าน พร้อมคลาสอัดแน่นตลอด 2 วันเต็ม และเต็มอิ่มกับตลาดนัดสินค้าเพื่อสุขภาพ ณ สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต วันที่ 1-2 พ.ย.2551 ตั้งแต่ 7.30-16.00 น.สมัครเข้าร่วมงานได้ทางเว็บไซต์ของนิตยสาร สอบถามโทร.0-2635-5185 ต่อ15, 16, 19, 24 และ 26
- สำนักกีฬา มหาวิยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนคนรักสุขภาพทุกคนเข้าร่วมโครงการ "โยคะเพื่อสุขภาพ" ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 - 18.00 น. ณ ห้องลีลาวดี ชั้น 1 อาคารสำนักกีฬา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- Absolute Yoga ตลอดเดือนแห่งวันแม่นี้ Absolute Yoga มอบของขวัญคลาสโยคะสุดพิเศษให้แก่ทุกคู่แม่-ลูกมาร่วมเล่นโยคะฟรีโดยสามารถรับของขวัญพิเศษนี้ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนสิงหาคม 2551 ที่ Absolute Yoga ทุกสาขา สำรองการเข้าเล่นล่วงหน้าที่โทร. 0 -2 252-4400-3

 
 

Sponsored by



 
 

 
 

New Issue: Jul.-Aug.08
อ่านสารบัญ คลิก

 
 
 
 

10 กระทู้่ล่าสุด!

- โยคะแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร
- ความรู้เรื่อง ปราณายามะโยคะ
- อยากเป็นครูโยคะต้องทำอย่างไร
- ฝึกโยคะตามสรีระ
- อยากฝึกท่าปลาให้ดีขึ้น
- คำแนะนำการฝึกท่า Crane
- แนะนำครูอัษฎางคโยคะ
- คำแนะนำฝึกเฮดสแตนด์
- เสื่อโยคะ
- อายุรเวทคืออะไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 








 

 

 

 

 

 

 

 

 

  Copyright @ 2007 Yoga Asia Media (Thailand) Co.,Ltd.
  10A ,10th Fl. Kamolsukosol Bldg. 317 Silom Rd. Bangrak BKK. Tel: 0-2635-5185 Fax: 0-2635-5187 e-mail: yj_thailand@yahoo.com