จากสำนวนไทยที่ว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ซึ่งมีความหมายว่า คนจะสวยได้ก็ต้องรู้จักแต่งตัว แต่งหน้า แล้วถ้าหากเราอยากจะสวยโดยธรรมชาติแบบไม่ต้องพึ่งพาเมคอัพบ้างล่ะ จะทำได้ไหม?
พื้นฐานความงามที่แท้จริงนั้นก็คือการมีผิวพรรณที่ผุดผ่อง สุขภาพดี จึงจะทำให้การแต่งเติมสีสันเครื่องสำอางต่างๆนั้นสวยสมบูรณ์แบบได้ แต่ก็อีกนั่นล่ะ การ มีผิว สวย ไม่ ใ ช่แค่ มีเครื่องสำอาง กระปุกเล็ก กระปุกใหญ่วางเรียงรายอยู่เต็มหน้ากระจกโต๊ะเครื่อง แป้ง ซ ึ่ง เต็มไปด้วยส่วนผสมแสนจะวิริศมาหราในชื่อสวยๆหรอกนะ สิ่งที่ผิวของคุณต้องการจริงๆนั้นก็ ค ือ สามัญสำนึกที่ดีและการดูแลเอาใจใส่แค่นั้นเอง ไม่ใช่การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มากมายเกินจำเป็นและกระบวนการดูแลผิวที่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรมากมาย สำหรับเราแล้ว วิธีการที่จะมีผิวสวยๆนั้นออกจะธรรมดา เรียบง่าย แค่การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิว หรือการใช้ครีมบำรุงที่อุดมไปด้วยวิตามินในตอนกลางคืนเท่านั้นเอง
มีผิวสวยผุดผ่องตามธรรมชาติได้ง่ายๆใน 10 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวอย่างถูกต้อง
เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในกระบวนการดูแลผิวพรรณ ก่อนที่จะลงผลิตภัณฑ์ใดๆเพื่อการแก้ไขหรือบำรุง จุดประสงค์ของการทำความสะอาดก็เพื่อกำจัดฝุ่นผงและน้ำมันออกจากผิว ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและนำไปสู่การเกิดสิวบนผิวสวยๆได้ จึงควรเลือกใช้เคลนเซอร์ที่ดีๆ เพราะจะไม่ไปชำระล้างน้ำมันหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติของผิวไปพร้อมกับสิ่งสกปรก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่แนะนำให้ใช้สบู่ (แม้จะเป็นแบบแฮนด์เมดก็ตาม) กับผิวหน้าเป็นอันขาด เพราะค่าที่มีความเป็นด่างสูงนี้เอง จะทำลายค่าสมดุลของความเป็นกรด-ด่างบนผิว ทำให้เกิดการระคายเคือง แถมหลังใช้ยังทำให้รู้สึกว่าตึง ไม่สบายผิวอีกต่างหาก จึงควรเลือกประเภทที่เหมาะตาม สภาพผิว แ ละ ห ลีกเลี่ยงชนิดที่มีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิวที่เป็นเคมี และที่ให้ฟองมากๆ หันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่แม้ว่าจะให้ฟองไม่มาก แต่ก็ทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว
จากนั้นควรปรับสภาพผิว บทบาทของโทนเนอร์ก็คือ ช่วยปรับค่าสมดุลของผิวหลังจากการล้างทำความสะอาด ทั้งในตัวโทนเนอร์เองก็มักจะมีส่วนผสมของสารบำรุงผิวต่างๆ และช่วยปรับสภาพเพื่อพร้อมรับการส่งผ่านส่วนผสมของสารบำรุงผิวในขั้นตอนการบำรุงต่อมา
ขั้นตอนที่ 2 เผยความสดใสนุ่มนวล ด้วยการขัดผิว
การผลัดผิว เป็นขั้นตอนที่สำคัญรองลงมา ควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่างๆได้ล้ำลึกและลดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว นอกจากช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยเผยผิวใหม่ ที่ดูสดใสขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทั้งทำให้ครีมบำรุงสามารถซึมสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น การผลัดผิวด้วยสครับเป็นการใช้เม็ดขัดผิวเพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก หากจะใช้กับผิวหน้า ควรเลือกใช้สครับที่มีความละเอียด ไม่บาดผิว และใช้อย่างเบามือ ไม่ควรใช้วิธีขัดหรือถูอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำลายเซลล์ผิวที่ดี ได้ อ ี ก วิธีเพื่อการผลัดผิวก็คือ การใช้กรดผลไม้ (AHAs) หรือ กรดไกลโคลิก ซึ่งเป็นกรดที่ได้มาจากธรรมชาติทั้งจากผลไม้หลายชนิดและอาหาร ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากจะใช้แบบไหน ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับผิวเป็นหลัก
ขั้นตอนที่ 3 ผิวชุ่มชื้นมีน้ำมีนวลด้วยการบำรุง
ไม่ว่าจะเป็นผิวแบบไหนต่างก็ต้องการความชุ่มชื้น เช่นเดียวกับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆเพื่อช่วยปกป้องตัวเองจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นทั้งภายในร่างกายและภายนอก (จากสิ่งแวดล้อม) ฉะนั้น การทำความสะอาดผิวที่ไม่สะอาดหรือรุนแรงเกินไป จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในรูปแบบต่างๆอย่าง โลชั่น ครีม และบาล์ม ต่างก็มีส่วนประกอบของอิมัลชั่นและน้ำมัน เพื่อช่วยในการเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ที่ผิวหนัง และทำหน้าที่เสมือนเป็นปราการปกป้องน้ำไม่ให้ออกจากผิว ทั้งยังเติมความชุ่มชื้นลงสู่ผิวในกรณีที่ผิวโดนทำร้ายจนสูญเสียน้ำไปด้วยวิธีต่างๆ ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จึงควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว โดยดูจากปริมาณของน้ำมันในผิวคุณเป็นหลัก นอกจากนี้สิ่งที่ควรคิดถึงประกอบกันด้วยก็คือ ฤดูกาลและสภาพอากาศ ในฤดูต่างๆผิวก็มีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป ในหน้าร้อนที่มีเหงื่อออกเยอะ ผิวจะขับน้ำมันออกมามาก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจึงควรมีความเบา ส่วนในฤดูหนาวทำให้ผิวแห้ง คุณจึงควรหันมา ใช้ ค รีม บำรุง ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 4 ปกป้องผิวแก่ก่อนวัยไว้ … ให้ห่างจากแสงแดด
การโดนแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานๆโดยไม่ปกป้อง จะไปทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว นอกจากที่จะทำให้ผิวแสบร้อน เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังแล้ว ยังเป็นสาเหตุตามมาของริ้วรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ และผิวที่หยาบกร้านก่อนวัยอีกด้ว ย การใช้ครีมกันแดดจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของการมีผิวสวยที่สำคัญยิ่ง
ครีมกันแดดโดยทั่วไปจะมี 2 ประเภทก็คือ ครีมกันแดดที่สะท้อนรังสียูวีออกจากผิว โดยเคลือบตัวอยู่บนผิว ทำให้ใช้แล้วจึงดูออกจะขาวๆ แ ละ ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวน้อย ซึ่งก็คือ Titanium dioxide หรือ Zinc oxide ในขณะที่ครีมกันแดดอีกประเภททำหน้าที่ดูดซับรังสียูวีมาไว้ในผิว จึงมีเนื้อครีมที่เบากว่า แต่ก็มีผลเสียคืออาจเกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้มากว่า ยกตัวอย่างก็คือ Octyl Methoxycinnamate หรือ Parasol
นอกจากนี้วิธีการใช้ให้ถูกต้องก็จำเป็น เพราะขนาดของครีมกันแดดที่ทาสำหรับปกป้องผิวหน้าได้อย่างเพียงพอก็คือ ปริมาณ 1 ข้อนิ้วมือ ถ้าคุณเคยใช้ปริมาณเพียงนิดเดียว เพราะกลัวเหนียวบ้าง ว่อกบ้าง ควรเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ใหม่ โ ดย เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อเหมาะกับสภาพผิว เ ป็นหลัก
ขั้นตอนที่ 5 มอบทรีตเม้นท์เป็นรางวัลผิว
โดยการนัดทำทรีตเม้นท์บำรุงผิวเป็นประจำ หรือว่าอย่างน้อยที่สุดนะ ก็ 4 ครั้งต่อปี ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เพราะการทำทรีตเม้นท์ที่ดีๆ จะมอบความสดใสมีชีวิตชีวาให้กับผิว ที่นี่ผู้เชี่ยวชาญจะทำความสะอาดผิว ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และทำการนวดบำรุง ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียน ส่งผ่านสารอาหารสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก และตัวคุณเองก็ยังรู้สึกว่าได้พักผ่อนแสนสบายอีกด้วย
แต่ถ้าเกิดคุณเป็นสาวที่บังเอิญมีงบน้อย ขั้นตอนเหล่านี้คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆมาทำเองที่บ้านก็ได้ เช่นการมาส์กหน้า โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี เหมาะสมกับสภาพผิวโดยทำเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุดก็อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 6 ซ่อมแซม ฟื้นฟูผิวด้วยการนอน
การนอนที่เพียงพอนั้น ใช้เวลาอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืนเป็นอย่างต่ำ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็คือ เวลา 22.00-02.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวจะได้ทำงานซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง นอกจากการนอนอย่างเพียงพอแล้ว ท่านอนก็มีส่วนสำคัญสำหรับความงาม ว่ากันว่าท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้าก็คือ ท่านอนหงายนั่นเอง เพราะว่าไม่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการนอนและการกดทับของผิวหน้า จึงช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วรอยขึ้นได้สำหรับคนที่ไม่ถนัดนอนในท่านอนหงาย หรือเถียงว่า ก็หลับไปแล้วจะรู้ได้ยังไง ? เอาเป็นว่าถ้าเผลอนอนตะแคงหรือคว่ำหน้าแบบที่คุ้นเคยเมื่อไหร่ ถ้ารู้ตัว ให้รีบนอนหงายเหมือนอย่างเดิม พยายามฝึกบ่อยๆ ก็จะทำได้เองจนชิน หรืออีกตัวช่วยสำหรับการนอนหงายให้สบายตัวขึ้น ใช้หมอนมาหนุนรองใต้เข่า จะช่วยให้การนอนหงายรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 7 เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว
ด้วยอากาศที่ร้อนจัดแบบบ้านเรา จึงทำให้การใช้ชีวิตอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเรื่องจำเป็น และเจ้านี่แหละ เป็นตัวการสำคัญที่โขมยความชุ่มชื้นออกจากผิว โดยเฉพาะคนที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา แม้แต่เวลานอน จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงสมัยนี้จึงมีผิวที่แห้งเพิ่มมากขึ้น ผนวกกับการอาบน้ำอุ่น (ที่ค่อนข้างร้อน) ก็เป็นอีกสิ่งที่จะทำร้ายผิว ให้ยิ่งแห้งมากขึ้นไปอีก ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าจำเป็นต้องนั่งทำงานหรือนอนในห้องแอร์ทั้งวัน ลองหาน้ำเปล่ามาตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะ 1 แก้ว (ถ้าเป็นตอนนอนก็โต๊ะข้างหัวเตียง) เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ ไม่ให้ความแห้งไปดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิว และที่สำคัญก็คืออย่าลืมดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยอีกทาง
ขั้นตอนที่ 8 ผิวหน้าใส ไร้ริ้วรอย ด้วยการลดอบายมุข
ในที่นี้เราหมายถึงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มมึนเมา เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่าคนที่สูบบุหรี่นั้นจะดูแก่ก่อนวัยจริงๆไป 5-10 ปี ทั้งในเรื่องของริ้วรอยย่น (โดยเฉพาะรอบปาก และหางตา) และผิวที่ขาดความสดใส มีชีวิตชีวา เพราะบุหรี่จะไปทำลายโครงสร้างเซลล์ผิว ทำให้ผิวหยาบกระด้าง เก็บกักน้ำในผิวเอาไว้ไม่อยู่ และรวมถึงของแถมชิ้นสำคัญซึ่งก็คือ ริมฝีปากที่ดำคล้ำ อย่างนี้แล้วจะสวยแบบไม่พึ่งเมคอัพไปได้อย่างไร ?ทีนี้ก็มาถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ว่ากันว่าถ้าดื่มไวน์วันละแก้วจะทำให้เลือดลมสูบฉีด แก้มแดงเปล่งปลั่ง และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ซึ่งถ้าจำกัดได้แค่นั้นก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ล่ะ อย่าลืมว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์จะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น และทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวแตก หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไป สำหรับสาวนักปาร์ตี้ ถ้าจำเป็นต้องดื่ม แนะนำว่าเลือกดื่มไวน์และเบียร์จะดีกว่าการดื่มเหล้าแรงๆทั้งหลาย แล้วพยายามชดเชยแอลกอฮอลล์ด้วยการดื่มน้ำเปล่ามากๆ เรามีสูตรมาฝาก ถ้าคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกๆ 1 แก้ว ก็ควรดื่มน้ำเปล่าในปริมาณ 2 แก้วเพื่อชดเชย อันนี้นอกจากดื่มได้อย่างปลอดภัย ผิวพรรณไม่เสียแล้ว ยังช่วยให้เมาน้อยกว่าอีกด้วย แต่ถ้าเผอิญดริ๊งค์เพลินจนลืมน้ำเปล่าไปทั้งคืน ก่อนเข้านอนก็พยายามดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยให้ได้ 1 ลิตรก่อนที่หัวจะถึงหมอน ก็ยังดี ...
ขั้นตอนที่ 9 ออกกำลังเพิ่มความสดชื่นและเลือดฝาด
รู้หรือเปล่า ? การออกกำลังทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งได้มากกว่าการใช้ครีมบำรุง และรองลงมาจากการทานอาหารดีๆที่มีประโยชน์เพื่อคงสภาพผิวที่แข็งแรง สุขภาพดี การออกกำลังช่วยให้ร่างกายสามารถส่งผ่านออกซิเจนไปทั่วร่างกาย รวมทั้งผิวพรรณที่จะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้เต็มๆ เพราะเมื่อรับออกซิเจนเข้ามาทั่วร่างกาย จึงช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ นอกจากนี้การออกกำลังยังช่วยทำความสะอาดระบบเลือดโดยการกระตุ้นการไหลเวียน ขับของเสียออกจากผิวด้วยเหงื่อ ทำให้ผิวแข็งแรงและมีเลือดฝาด มีผลการวิจัยระบุว่า แม้แต่การออกกำลังนิดๆหน่อยๆ แค่ 30 นาทีต่อวัน ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากมายต่อตัวคุณ
ขั้นตอนที่ 10 ผิวสวยดูสดใส ก็ต้องไร้ความเครียด
ผิวและภาวะทางจิตใจเชื่อมโยงถึงกันได้ เนื่องจากการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสมองกับอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายซึ่งก็คือผิวหนัง เมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด หดหู่หรือเหน็ดเหนื่อย อารมณ์เหล่านี้จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบติดเชื้อและมีอาการระคายเคืองได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสิว ผิวหมองคล้ำ ผิวแห้งเป็นขุย ขอบตาดำคล้ำ ผื่นแพ้
ถ้าอยากมีผิวสวยๆ และใบหน้าที่ดูสดใส จึงควรพยายามรักษาสมดุลของอารมณ์และจิตใจเอาไว้เสมอ โดยการหาทางผ่อนคลายความเครียดนั้นออกไป ตามแต่วิถีทางที่คุณถนัด ไม่ว่าจะโดยการออกกำลังกาย เล่นโยคะ ฟังเพลง หรือว่าไปสปา ทั้งนี้ทั้งนั้นควรทำใจให้สบาย ตั้งสติ และมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เมื่อจิตใจสบายก็ย่อมส่งผลดีต่อร่างกายและผิวพรรณไปด้วยเช่นกัน
ฉะนั้น ด้วยการดูแลเอาใจใส่ผิวอย่างเหมาะสม บวกกับการใชีชีวิตที่มีคุณภาพ คุณก็สามารถมีพื้นฐานผิวที่แข็งแรง ดูชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งออกมาจากภายในได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร แหม.....
..... ก็ถ้ามีผิวสวยๆอยู่กับตัว เราก็คงไม่กลัวที่จะอวดใครๆ แบบไร้เมคอัพหรอกใช่ไหม?
|